เขื่อนเชี่ยวหลาน - จังหวัดสุราษฎร์ธานี
**For English, read at the end of this page.
ใครที่ชอบเที่ยวพักผ่อนแนวธรรมชาติที่รายล้อมด้วยน้ำและภูเขาหินปูน ต้องขอแนะนำให้มาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่นี่เลยค่ะ เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภานั่นเอง ซึ้งที่นี่มีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดอุทยานแห่งชาติเขาสก จึงมีความสมบูรณ์ของธรรมชาติมาก ขอบอกว่าที่นี่สวยมาก และให้บรรยากาศเหมือนอยู่กระบี่เลย เพราะที่เขื่อนเชี่ยวหลานรายล้อมไปด้วยภูเขาหินปูนและน้ำจืด เรียกง่ายๆก็คือ ที่นี่เป็นทะเลน้ำจืดนั้นเอง
เขื่อนเชี่ยวหลาน
การเดินทางมาที่จังหวัดสุราษฎ์ธานีก็ง่ายมากค่ะ จะโดยเครื่องบิน หรือขับรถมาก็ได้
จากท่าเรือเขื่อนเชี่ยวหลายเราก็เดินทางโดยเรือหางยาวไปที่แพที่พักบนผืนน้ำ แพ 500ไร่ ค่ะ ซึ่งเป็นแพที่อยู่ด้านในสุดเลย ทำให้การนั่งเรือจะใช้ระยะเวลานานกว่า ประมาณ1-2ชั่วโมง แต่ระหว่างทางก็ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ภูเขาหินปูน และน้ำที่เป็นสีเขียวมรกต เมฆหมอกที่ทอดตัวตามภูเขาหินปูนที่เห็นจากไกลๆ คือ สูดบรรยากาศไปเต็มๆค่ะ และสวยงามมาก ที่เขื่อนเชี่ยวหลานมีแพที่พักมากมายค่ะ ก็ลองเลือกตามความชอบและงบของแต่ละคน
ท่าเรือเขื่อนเชี่ยวหลาน
ท่าเรือเขื่อนเชี่ยวหลาน
เขื่อนเชี่ยวหลานได้ชื่อว่าเป็น กุ้ยหลินเมืองไทยค่ะ กุ้ยหลินก็คือเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีนนั่นเองซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของประเทศจีนเลย คือเราไม่เคยไปกุ้ยหลินน่ะ แต่ได้ดูจากรูปแล้วคือมันใช่อ่ะ และอีกที่ที่คิดว่าเขื่อนเชี่ยวหลานมีความคล้ายคือฮาลองเบย์ ในประเทศเวียดนามนั่นเอง ลองดูรูปประกอบค่ะ แล้วจะรู้ว่ามันสวยงานขนาดไหน
เขื่อนเชี่ยวหลาน - กุ้ยหลินเมืองไทย
เขื่อนเชี่ยวหลานก็เป็นการสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับชาวภาคใต้ค่ะ
ตอนนี้เขื่อนเชี่ยวหลานก็ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งหนึ่งเลยค่ะ ต่างชาติก็มาเที่ยวกันเยอะ แพที่พักก็ค่อนข้างเต็มทั้งๆที่ก็เป็นช่วงปลายฤดูฝน กิจกรรมที่นี่มีให้ทำเยอะเลย และน่าสนใจด้วยค่ะสำหรับสถานที่ที่เงียบและเป็นธรรมชาติแบบนี้
มาดูกันค่ะว่าถ้ามาเขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภาเนี่ย เราสามารถทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง
1. พายเรือคายัค
เริ่มกันที่แพที่พักเลยค่ะ แพ 500ไร่ แต่ละห้องที่สร้างบนผืนน้ำจะมีเรือคายัคส่วนตัวให้เลยค่ะ ใครที่อยากพายเรือออกไปดูธรรมชาติเอง และได้ออกกำลังกายด้วยอันนี้ก็สนุกค่ะ
เขื่อนเชี่ยวหลาน - แพ 500ไร่
เขื่อนเชี่ยวหลาน - แพ 500ไร่
เขื่อนเชี่ยวหลาน - ยามเช้า
2. ปีนน้ำตกแปดเซียน
ในฤดูฝนหรือปลายฝนแบบนี้น้ำที่น้ำตกแปดเซียนจะแรงมาก บอกเลยว่าน้ำตกอันนี้สวยมาก และท้าทายมากในการปีนขึ้นไป เพราะเราปีนตามกระแสน้ำเลย ไม่มีทางเดินบนพื้นดินให้ ซึ่งน้ำเชี่ยวสุดๆ ถ้าไปก็ควรไปกับพี่ไกด์ที่เค้าชำนาญเส้นทางค่ะ ขึ้นไปแล้วก็ประทับใจสุดๆ ข้อสังเกตของน้ำตกแปดเซียนคือ เวลานั่งเรือหางยาวมา จะเห็นน้ำตกแต่ไกลเลย ไหลลงมาสู่พื้นน้ำของอ่างเก็บน้ำเชี่ยวหลานค่ะ
เขื่อนเชี่ยวหลาน - น้ำตกแปดเซียน
เขื่อนเชี่ยวหลาน - น้ำตกแปดเซียน
เขื่อนเชี่ยวหลาน - น้ำตกแปดเซียน
3. เข้าถ้ำปะการัง กับถ้ำน้ำทะลุ
ถ้ำปะการังจะอยู่ทางด้านทะเลใน 500ไร่ ซึ่งเป็นจุดที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินปูน เรือหางยาวไม่สามารถเข้ามาได้ ทางเดียวที่จะเข้ามาคือการเดินป่า ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ขึ้นอยู่กับการเดินเร็วเดินช้า และอุปสรรคระหว่างทางค่ะ เอาเข้าจริงมันก็ไม่เหนือยค่ะ เพราะทางไม่ได้ชันมากมาย จากนั้นก็นั่งแพไม้ไผ่ต่อไปอีก 10นาทีไปถึงถ้ำปะการังค่ะ ประทับใจทะเลใน 500ไร่มากค่ะ มันสวยงามจริงๆและเงียบสงบมาก ถ้ำปะการังก็จะมีหินงอกหินย้อยเหมือนปะการังเลยค่ะ
เขื่อนเชี่ยวหลาน - เดินป่า
เขื่อนเชี่ยวหลาน - เรือแพไม้ไผ่
เขื่อนเชี่ยวหลาน - ทะเลใน 500ไร่
เขื่อนเชี่ยวหลาน - ทางเข้าถ้ำปะการัง
เขื่อนเชี่ยวหลาน - ถ้ำปะการัง
ถ้ำน้ำทะลุ ไม่ได้มีโอกาสไปค่ะ เพราะน้ำหลากเข้าไปในถ้ำ ค่อนข้างอันตราย แต่ถ้ำนี้ที่พิเศษกว่าถ้ำอื่นๆในอ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลานคือ มันจะมีลำธารไหลผ่านเข้ามาในถ้ำเลยค่ะ ถ้าเข้าถ้ำนี้ก็ต้องตัวเปียกกลับไปแน่นอน
4. ร่องเรือส่องสัตว์ป่า
กิจกรรมอันนี้ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะสัตว์ป่ามันเห็นเราก็คงวิ่งหนีกันหมด เลยไม่ได้คิดอะไร และอุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เขื่อนเชี่ยวหลานก็กว้างใหญ่ไพศาลจริงๆ แต่แล้วสถานการณ์กลับพลิกอย่างไม่คาดฝันค่ะ เจอกวาง2ตัวแต่ไกลเลย วิ่งหลบเข้าไปในป่า ตัวใหญ่มาก อันนี้คือเห็นคนเดียวเลย รู้สึกว่าดวงเริ่มมา จากนั้นก็เจอลิง3-4ตัว น่ารักมาก ต่อมาด้วยเหยี่ยว และเจอกระทิง 1 ตัวซึ่งพอเอาเรือไปใกล้ๆมันก็หลบเข้าไปในป่า แต่ได้ยินเสียงของมันคำรามตกใจ น่าตื่นเต้นดี เริ่มมืดก็ถอนใจแล้วคงไม่ได้เจออะไรอีก แต่สถานการณ์ก็พลิก เจอกระทิงเป็นฝูงเลยค่ะ 2ตัว เล่นกันอยู่ และอีก 4ตัว ยืนจ้องมาทางเรือ อันนี้เรารีบดับเครื่องเรือเพื่อไม่ให้มันตื่น ได้ภาพสวยๆมาอวดกัน ตัวมันใหญ่มากเลยค่ะ
การส่างสัตว์ก็จะเริ่มออกเรือกันตอนเย็นค่ะ เพราะเป็นช่วงที่สัตว์ออกมากินน้ำกันค่ะ
เขื่อนเชี่ยวหลาน - ล่องเรือส่องสัตว์
เขื่อนเชี่ยวหลาน - ล่องเรือส่องสัตว์
5. ร่องเรือชมกุ้ยหลินเมืองไทย และเขาสามเกลอ
กิจกรรมอันนี้สวยสุดๆค่ะ นั่งเรือไปตามอ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลานชมจุดต่างๆ ภูเขาหินปูนที่สวยงาม จุดที่เป็นหมู่บ้านก่อนที่จะมาทำเป็นเขื่อนเชี่ยวหลาน และจุดที่เคยเป็นวัด ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ใต้น้ำค่ะ ทำให้คิดถึงสมัยที่มันยังเป็นหมู่บ้านอยู่ ที่นี่คงเป็นหมู่บ้านที่สวยงามสุดๆล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนแบบนี้ จุดไฮไลค์คือเขาสามเกลอค่ะ เป็นภูเขาหินปูน 3อันตั้งอยู่ข้างๆกันอย่างสวยงาม ที่เขื่อนเชี่ยวหลานน้ำจะลึกสุดๆค่ะ ประมาณ 70-90เมตรได้ แอบกลัวความลึกเลยค่ะ
เขื่อนเชี่ยวหลาน - เขาสามเกลอ
เขื่อนเชี่ยวหลาน
เขื่อนเชี่ยวหลาน
เขื่อนเชี่ยวหลาน - กุ้ยหลินน้อย
เขื่อนเชี่ยวหลาน - ต้นไม้ตายในน้ำ
เขื่อนเชี่ยวหลานยังมีกิจกรรมน่าสนใจทำอีกหลายอย่าง เช่น การปีนขึ้นจุดชมวิว เล่นน้ำกระโดดน้ำ กิจกรรมดำน้ำชมเมืองวัดและถ้ำใต้น้ำ (อันนี้เป็นกิจกรรมที่ฝรั่งจะมาทำกัน แต่สำหรับทัวร์จัดดำน้ำจริงๆอาจยังไม่มีค่ะ) แต่การดำน้ำจืดก็ค่อนข้างอันตรายกว่าดำน้ำเค็มค่ะ
ที่พัก
ที่พักที่เขื่อนเชี่ยวหลานจะเป็นแพลอยน้ำค่ะ ก็เลือกตามความชอบและงบของแต่ละคนเลยค่ะ ที่ที่เราไปพักมาคือ แพ 500ไร่ ห้องพักดีมากค่ะ มีคายัคส่วนตัวให้แต่ละห้องด้วย ที่อื่นไม่แน่ใจค่ะ ที่แพ 500ไร่ ทำอาหารอร่อยมากค่ะ อร่อยจริงๆ คือต้องเดินไปดูหน้าพ่อครัวเพื่อไปชมเค้าเลยค่ะ อาหารมีทั้งบุฟเฟ่ต์ หรือสั่งตามใจชอบก็ได้ บุฟเฟ่ต์เปลี่ยนทุกวัน มีของหวาน อร่อยสุดๆ
เขื่อนเชี่ยวหลาน - แพ 500ไร่
เขื่อนเชี่ยวหลาน - แพ 500ไร่
เขื่อนเชี่ยวหลาน - แพ 500ไร่ ยามเช้า
เขื่อนเชี่ยวหลาน - ที่พักใกล้ๆ
สรุปค่ะทริปมาเขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขื่อนรัชชประภา ก็มีทั้งฝนตกแดดออกค่ะ ฟ้าครึ้มบ้าง แต่ 2 วันสุดท้ายท้องฟ้าแจ่มใสมากค่ะ ที่นี่สงบจริงๆค่ะ บรรยากาศดีมาก ยามเช้าจะเห็นเมฆหมอกตามภูเขาเลยค่ะ ดูแล้วเหมือนสวรรค์ ก็แนะนำให้ลองมาเที่ยวกันดูน่ะค่ะ วันไหนที่หยุดกันยาวๆ2-3วัน ถือว่ามาเที่ยวกุ้ยหลินเมืองไทย หรือ ฮาลองเบย์เมืองไทยก็ได้ค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ Follow กันเยอะๆน่ะค่ะ และสามารถติดตาม instagram เพื่อชมภาพสวยๆเพิ่มเติมค่ะที่ id: sylviavheeren มีข้อติชมยังไงก็คอมเม้นท์มาได้เลยค่ะ ดูแลสุขภาพกันด้วยน่ะค่ะ เป็นห่วง

**** --------------------------------------------------------------------------------------------------------****
Ratchaprapa Dam (or Cheow Lan Dam) - Surat Thani Province
Hey guys today I would like to introduce to you this amazing destination which is in Surat Thani province, Southern part of Thailand. Cheow Lan Dam or Ratchaprapa Dam (Paradise on earth). If you like nature, limestone cliffs and forest then Cheow Lan Dan is the place you should come and check out. Cheow Lam Dam is a part of Khao Sok National Park. So I call this place as a fresh water ocean because this place give me a feeling like I'm in one of the island in Krabi but instead of salt water, It's fresh and has this dark green color.
Getting to Surat Thani province is very easy, either by car or by plane.
From the pier at Cheow Lan Dam we have to take a longtail boat to our floating bungalow which the bungalow we chose is called 500 Rai Floating Resort. This bungalow is pretty far in Cheow Lan dan so it takes us around 1-2hours by the longtail boat. Therefore, along the way you can see the beautiful scenery of the limestones, forest, emerald green water and beautiful foggy mountain and limestones. There are a lot of floating bungalows to choose here at Cheow Lan Dam. Have a look of what you like and what's your budget.
Thai people called Cheow Lan dam as Thailand Guilin. Guilin is a city in the south of China. They said Guilin is one of the most beautiful city in China and if you google Guilin and compare to Cheow Lan dam, you will see that they are as beautiful and quite similar. In my opinion i also think Cheow Lan Dam is also similar to Halong Bay in Vietnam. The view is breathtaking.
Cheow Lan Dam is built for the purpose of generating power for the Southern region.
Cheow Lan Dam has become a great tourist destination. Lots of tourists and local come here for relaxation and to get away from the busy city. There are also a lot of activities to do here at Cheow Lan Dam. So lets have a look what kind of activities you can do here.
1. Kayaking
Cheow Lan dam may be one of the best place to do kayaking. Calm emerald green water and huge limestones everywhere. At the floating bungalow, 500 Rai Floating Resort, has provided kayak for each room so when you stay here you have your own kayak for the rest of your stay. I'm not quite sure about other floating bungalows so please check before you book the accommodation at Cheow Lan Dam.
2. Trekking up a waterfall
During raining season or end of raining season the water at the waterfall is pretty strong and high. The waterfall that you can trek up is called Paed Sien Waterfall. This waterfall is very beautiful and it's very challenging to trek up as there's no proper way but instead you have to climb where the water flow. Make sure you come with a guild who are familiar with the ways. What so unique about this waterfall is once you come with the longtail boat along Cheow Lan dam, you can see the waterfall from a distance as the water is flowing into the dam.
3. Visiting Caves
There are a few caves at Cheow Lan dam. The one I went to is called Pakarang cave (Coral cave). The reason this cave is called Pakarang (coral) is because the stalagmites and stalactites inside the cave look similar to coral, pretty incredible.
Pakarang cave is at the 500 Rai lake. The longtail boat can't get in as it is surrounded but the limestones, the only way is to trek in the forest for about 45 minutes. Once you reach the 500 Rai lake you will have to take a bamboo raft for about 10-15 minutes to the cave. 500 Rai lake is pretty beautiful and the ride on the bamboo raft is quite peaceful.
Cheow Lan Dam - Bamboo Raft
4. Wild animal watching (with longtail boat)
The trip starts in the evening because thats the time when the wild animal come out to drink water from the dam. First I didn't expect to see much as this Khao sok national park is massive and it would be hard to see any. But I was wrong! Starting the trip, I saw 2 deer jumped in the forest and disappeared. Next we saw a few monkeys playing on the tree and a hawk flying by. We were also very lucky to see 6-7 wild gaurs. It's very impressive and I'm quite happy that we were lucky to see them.
5. Longtail boat trip along Cheow lam dam (Thailand Guilin)
This boat trip is amazing. You get to see the beauty of Cheow Lan Dam, magnificent limestone cliffs, the spot where it used to be a village and temple which is now under the water, 70-90 meters deep. Thinking about before Cheow Lan Dam become a dam, this village must be extremely beautiful surrounded by massive outcrops of limestone cliffs. The highlight of this boat trip is Kao Sam Kler which is a 3 limestone mountains in the middle of the water. I must say this place is stunning and very peaceful.
Cheow Lan Dam has lots of activities to offer. Other than the lists above, you can also trek and hike up to the view point (make sure you have proper shoes), swim and some water activities. There's also diving trip that you can see the village, school and temple under the water but this trip is not available yet, maybe in the near future). To keep in mind, diving in fresh water is more dangerous than salt water.
Accommodation
At Cheow Lan Dam all the accommodation are floating bungalow style. The place where i stayed is called 500 Rai floating resort. This place is very nice and clean, each room has it's own kayak. The food is so delicious. It's mainly Thai food and you can choose to have buffet or order whatever you like.
Cheow Lam Dam or Ratchaprapa Dam trip gave me a very impressive experience. If you love nature, peace and want to get away to get some fresh air this is a place you should come. The water is fresh, you can swim or jump in the water as much as you like. I would recommend you guys to check this place out if you have some time off. Check out the photos and you will see how beautiful Cheow Lan Dam is.
Well, there you go Cheow Lan Dam. Hope you enjoy and if you have the chance to go there, have a safe trip and enjoy the most of it.
Cheow Lan Dam
See you on my next blog and please don't forget to follow my blog and my instagram for more photos. My id is sylviavheeren
